|
|
|
แหล่งท่องเที่ยวอำเภอแม่ฟ้าหลวง |
|
|
|
 |
ดอยแม่สลอง
ห่างจากตัวเมืองเชียงราย 75 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ
1.5 ชั่วโมง เป็นชุมชนชาวจีนอพยพจากกองพล 93 และมีอนุสรณ์สถานชาวไทยเชื้อสายจีนอดีตทหารจีนคณะชาติ
จัดแสดงประวัติศาสตร์ความเป็นมาต่าง ๆ เปิดทุกวันเวลา 08.00-17.00
น. ค่าเข้าชมคนไทย 30 บาท ต่างชาติ 50 บาท และในราวต้นเดือนมกราคม
ดอกซากุระจะบานสะพรั่ง ชิมชารสดีและอาหารจีนยูนนาน จากเชียงรายใช้เส้นทางเชียงราย-แม่จัน
29 กม. แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวง 1089 ไป 31 กม. เลี้ยวขวาที่สามแยกกิ่วสะไต
|
ไปอีก
13 กม. เส้นทางลงใช้ทางหลวง 1234-1130 จะผ่านสามแยกอีก้อ บ้านเย้าผาเดื่อ
มีรถสองแถวที่ปากทางขึ้นดอยแม่สลอง เหมาไป-กลับ 800 บาท รถคิวคนละ
50 บาท เวลา 07.00-16.00 น. โทร. 0-1024-0813, 0-6182-2780 |
|
ดอยหัวแม่คำ
เป็นที่ตั้งของหมู่บ้านชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง ลีซอและอาข่า อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง
1,850 เมตร จากเส้นทางขึ้นดอยแม่สลองสายเก่า 1130 แล้วเลี้ยวขวาที่สามแยกอีก้อ
ผ่านบ้านเทิดไทย ไปจนถึงบ้านแม่คำ ห่างจากตัวเมืองเชียงราย 100
กม. ใช้เวลาเดินทาง ประมาณ 2 ชม. เป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอก
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในราวกลางเดือนพฤศจิกายน ถึงต้นเดือนธันวาคม
ดอกบัวตองจะบานสะพรั่งไปทั้งหุบเขาแซมอยู่ตามหมู่บ้านชาวเขาดูสวยงามมาก
มีบริการรับจองบ้านพักแก่นักท่องเที่ยว ติดต่อเกษตรที่สูงหัวแม่คำ
โทร. 0-7192-0551 หลังละ 300 บาท/5 คน มี 3 หลัง
|
 |
|
 |
พระตำหนักดอยตุง
พระตำหนักดอยตุง เคยเป็นที่ประทับแปรพระราชฐานเพื่อทรงงานของสมเด็จพระศรีนครินทรา
บรมราชชนนี มีรูปทรงผสมผสานระหว่างศิลปะล้านนากับชาเลย์ของประเทศสวิสเซอร์แลนด์
มีการแกะสลักไม้ตามกาแล เชิงชายและขอบหน้าต่างเป็นลวดลายต่างๆ
โดยฝีมือช่างชาวเหนือ เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 07.00-18.00
น. ค่าเข้าชมพระตำหนัก คนละ 70 บาท พระตำหนักดอยตุงจะปิดในช่วงฤดูฝน
คือเดือนกรกฎาคม- |
กันยายน
ของทุกปี การเข้าชมจะมีเจ้าหน้าที่นำชมอธิบายความเป็นมาของพระตำหนักเป็นรอบทุกครึ่งชั่วโมง
ต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 0 5376 7015-7 |
|
สถูปช้างมูบและสวนรุกขชาติช้างมูบ
ป่าบนดอยช้างมูบเป็นป่าเสื่อมโทรมจากการทำไร่เลื่อนลอยและการปลูกฝิ่น
ไม้ใหญ่ถูกตัดโค่นจนเป็นเขาหัวโล้น เมื่อครั้งที่สมเด็จพระศรีนครินทราฯ
เสด็จมาพบแต่หญ้าปกคลุม จึงมีพระประสงค์ที่จะฟื้นฟูให้กลับสู่สภาพป่าที่อุดมสมบูรณ์ดังเดิม
ในปี พ.ศ. 2535 มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงได้สนองพระราชดำริสร้างสวนรุกขชาติพื้นที่
250 ไร่บนดอยช้างมูบ เพื่อรวบรวมพันธุ์ไม้ที่เคยพบบนดอยช้างมูบ
และเทือกดอยตุงขึ้นเพื่ออนุรักษ์พันธุ์ไม้พื้นถิ่นเอาไว้ พร้อมกับปลูกสนสามใบเป็นไม้เบิกนำ
สร้างร่มเงา |
 |
ภายในจัดเป็นเส้นทางลัด
เลาะไปใต้ร่มเงาของไม้ใหญ่ที่เป็นพันธุ์ไม้พื้นเมือง และพันธุ์ไม้ป่าหายากจำนวนมาก
ทั้งกล้วยไม้ดิน พญาเสือโคร่ง สนภูเขา และที่น่าสนใจที่สุดก็คือกุหลาบพันปี
ที่เป็นไม้เด่น และเน้นปลูกในสวนรุกขชาติแห่งนี้มากที่สุด กุหลาบพันปีจะออกดอกในช่วงเดือน
ก.พ.-มี.ค.นอกจากนี้เส้นทางในสวนรุกขชาติยังเดินตามไหล่เขาไปจนถึงระเบียงชมวิว
มองเห็นทิวทัศน์ได้กว้างไกลไปจนถึงชายแดนพม่าและลาว ไม่ไกลออกไปมีลำธารเล็ก
ๆ มีน้ำไหลเย็นตลอดปีบนเนินด้านหน้าทางเข้าสวนรุกขชาติมีสถูปขนาดเล็กสูงประมาณ
3 ม. สร้างไว้บนก้อนหินใหญ่ที่มีลักษณะเหมือนช้างหมอบ จึงเรียกว่า
สถูปช้างมูบ เป็นสถูปโบราณไม่ทราบประวัติที่แน่นอน แต่น่าจะมีอายุกว่า
100 ปี |
|
 |
พระธาตุดอยตุง
พระธาตุดอยตุง ตั้งอยู่บริเวณ กม. ที่ 17.5 ของทางหลวงหมายเลข
1149 เป็นที่บรรจุพระรากขวัญเบื้องซ้าย (กระดูกไหปลาร้า) ของพระพุทธเจ้า
นำมาจากมัธยมประเทศ นับเป็นครั้งแรกที่พระพุทธศาสนาลัทธิลังกาวงศ์
ได้มาประดิษฐานที่ล้านนาไทย เมื่อก่อสร้างพระสถูปบรรจุพระบรมสารีริกธาตุนี้
ได้ทำธงตะขาบ (ภาษาพื้นเมืองเรียกว่า ตุง) ใหญ่ยาวถึงพันวา ปักไว้บนยอดดอย
ถ้าหากปลายธงปลิวไปไกลถึงเมืองไหน ก็จะกำหนดเป็นฐานพระสถูป เหตุนี้ดอยซึ่งเป็นที่ประดิษฐานปฐมเจดีย์แห่ง |
ล้านนาไทย
จึงปรากฏ นามว่า
ดอยตุง พระธาตุดอยตุงเป็นปูชนียสถานที่สำคัญ เมื่อถึงเทศกาลนมัสการพระธาตุดอยตุงจะมีพุทธศาสนิกชนทั้งชาวไทยและเพื่อนบ้านจากประเทศใกล้เคียง
เช่น ชาวเชียงตุงในรัฐฉาน ประเทศสหภาพพม่า ชาวหลวงพระบาง เวียงจันทน์
เดินทางเข้ามานมัสการทุกปี |
-
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - |
|
|